..
หลายครั้งที่หุ้นขึ้นต่อเนื่องแบบยาวนาน
หรือลงต่อเนื่องยาวนาน
ถ้าเราเข้าไปซื้อในขณะที่หุ้นยังลงอยู่ ก็คล้ายกับที่เค้าเรียกว่า
เอามือไปรับมีด
ถ้าเราขายออกไปในขณะที่หุ้นกำลังขึ้นอยู่
ก็คล้ายกับที่เค้าพูดว่า ขายหมู
เราสามารถลดปัญหานี้ได้
ด้วยการซื้อขายให้ช้าลง
ด้วยการมีสัญลักษณ์ง่ายๆ
คือ
ถ้าหุ้นลงจากวันก่อนหน้า ให้รักษาจำนวนหุ้นที่วางแผนไว้แล้ว
ด้วยการ (ขาย)
แต่ถ้าจำนวนหุ้นที่มีอยู่ มีน้อยกว่าจำนวนหุ้นที่วางแผนไว้ ก็ไม่ต้องทำอะไร
ถ้าหุ้นขึ้นจากวันก่อนหน้า ให้รักษาจำนวนหุ้นที่วางแผนไว้แล้ว
ด้วยการ (ซื้อ)
แต่ถ้าจำนวนหุ้นที่มีอยู่แล้ว มีมากกว่าจำนวนหุ้นที่วางแผนไว้ ก็ไม่ต้องทำอะไร
เมื่อทำแบบนี้แล้ว
เมื่อหุ้นลงปุ๊บ เราจึงขาย
เมื่อหุ้นขึ้นปุ๊บ เราจึงซื้อ
แต่จะซื้อขายตามจำนวนที่วางแผนไว้แล้วเท่านั้นนะครับ
มันก็จะคล้ายกับว่า
เรามีตัวบอกว่า ราคากำลังหักหัวขึ้น ราคากำลังหักหัวลง
จึงเข้าซื้อหรือขาย
หากจะเทียบกับ FATS แบบ Basic
ว่าอย่างไหนประสิทธิภาพมากกว่ากัน
ก็ต้องตอบว่า
ถ้าหุ้นมีลักษณะแกว่งตัว sideway มากกว่า
FATS แบบเดิมๆ จะให้ประสิทธิภาพสูงกว่า
เพราะซื้อขายทำกำไรได้บ่อยๆ หลายๆ รอบ
แต่ถ้าหุ้นมีลักษณะ ขึ้นยาวๆ หรือ ลงยาวๆ
รูปแบบการซื้อขายแบบนี้จะให้ประสิทธิภาพที่สูงกว่า
ลองดูในภาพประกอบนะครับ
รูปแบบการขายแบบเดิม ใช้ตัวอักษร S และ B ที่เป็นสีเขียวอ่อน
ในขณะรูปแบบใหม่ ใช้ตัวอักษร S และ B ที่เป็นสีแดง
ในตัวอย่างที่คำนวณให้ดู
กำไรในรูปแบบการ Trade แบบเดิมจะสูงกว่า
เนื่องจากระยะเวลาการขึ้นลงของหุ้นเร็วมาก เพียงแค่ 10 วัน
แต่ถ้าหากรูปแบบกราฟที่เห็น มีระยะเวลายาวนานเป็นเดือนหรือเป็นปี
การ Trade แบบใหม่ ที่มีการเทรดน้อยครั้ง
และเป็นการเข้าซื้อเมื่อหุ้นหักหัวขึ้น
และขายเมื่อหุ้นหักหัวลง
ย่อมจะทำให้เกิดกำไรมากกว่า
ถ้าถามว่า ควรจะใช้วิธีการใด
ผมขอแนะนำว่า
สำหรับคนที่ยังไม่เข้าใจระบบ FATS จริงๆ
ก็ให้เทรดระบบเดิมเพื่อให้เข้าใจการทำงานก่อน
เมื่อเข้าใจแล้ว
แนะนำให้เปลี่ยนมาเทรดด้วยการดูว่า
เป็นการเปลี่ยน Trend จากขาขึ้นเป็นขาลง หรือจากขาลงเป็นขาขึ้น
โดยต้องอ้างอิงกับจำนวนที่วางแผนซื้อขายไว้ก่อนหน้านั้นแล้วนะครับ
เพราะไม่อย่างนั้น
ก็จะเป็นการออกนอกกรอบของระบบ FATS
..

กำลังรออยู่เลยครับ แล้วจะลองนำไปปรับปรุงจากระบบเดิมที่ใช้อยู่นะครับ หุ้นบางตัวราคามันไม่ยอมแกว่งอย่างที่คิด ขึ้นแล้วขึ้นยาวเลย(เช่น IVL) ไม่ยอมลงมาให้เก็บเสียที แถมเรายังไล่ขายหมูไปเรื่อยๆจนหมดมือ ทั้งที่ขายตามแผนแล้วนะเนี่ย(แต่ก็ยังกำไรอยู่นะ) รอมันถูกทุบกลับลงมาที่เดิม คงยากเต็มที เซ็งงงงง สงสัยจะต้องมาตั้งช่วงใหม่อีกละ
ครับคุณ Nodame
ที่ผ่านมากำไรอาจจะไม่มากนัก แต่ก็ยังได้กำไรนะครับ
ขอแสดงความยินดีด้วยครับ
คราวนี้คงต้องตั้งช่วงใหม่อย่างที่คุณ Nodame บอก
แต่ ประสิทธิภาพของระบบก็จะเพิ่มขึ้นกว่าเดิมครับ
และการใช้เงินทุนที่สำรองไว้ ก็จะลดลงกว่าเดิม
อาจจะสำรองเพียง 80% จากแผนที่วางไว้จนถึงราคาล่างสุดครับ
เพราะเราจะไม่ได้ซื้อทุกช่วงราคา ตลอดทางเมื่อหุ้นอยู่ในขาลง
เราจะซื้อเฉพาะตอนที่หุ้นทำท่าเหมือนจะเด้ง
ซึ่งเป็นการซื้อรวบ ราคาที่อยู่ด้านบนหลายๆ ราคาด้วยครับ
สวัสดีครับ คุณเอก
เคยมีคนบอกผมว่า”กำไรมากหรือน้อยก็ช่าง เอาเงินฟรีออกมาจากตลาดหุ้นให้ได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว” พอได้อ่านแนวทางFATSก็รู้สึกว่าใช่เลย เพราะมันเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่ ง่ายกว่าdsmหรือkzmที่ดูเป็นนามธรรมมากกว่ารูปธรรมที่ชัดเจน
ตั้งแต่นั้น(ประมาณปีกว่าแล้วมั้ง?)ผมเลยตัดสินใจเทรดด้วยระบบนี้มาตลอด ระกอบกับตลาดเป็นขาขึ้นด้วยมั้ง เลยได้กำไรมาตลอดทาง ไม่ได้ยกหางว่าตัวเองเก่งนะครับ แต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆ ยังไม่เคยขาดทุนสักบาทจากหุ้นเลย
ไม่รู้ว่าพอตลาดเป็นขาลงจริงๆ เราจะรับมือไหวหรือเปล่า แต่ผมมีFATSเป็นอาวุธและโล่แล้วคงพอจะเอาตัวรอดได้มั้ง ต้องรอดูต่อไป
เข้าเรื่องดีกว่า อยากทราบว่าถ้าใช้ระบบFATSที่ประยุกต์เพิ่มเติมนี่ เราควรจะดูแนวโน้ม ด้วยกราฟประกอบด้วยดีไหมครับ? หรืออาศัยแค่แผนการตามระบบ มายืนยันการขึ้นลงก็น่าจะพอแล้ว
อือ…..หลังจากที่วางแผนไว้หมดแล้ว ปกติเวลาขายหรือซื้อ ผมก็มักจะรวบทีเดียวหลายๆไม้อยู่แล้วนะ เพราะถ้านั่งดูจอบ่อยๆคงเอาอารมณ์ส่วนตัว มาประกอบการเทรดแน่ (ประมาณว่าเห็นราคาวิ่งขึ้นลงแล้วอยากได้ส่วนต่างบ่อยๆ แหะๆๆ)
แต่กระนั้นขนาดเรา ซื้อรวบได้หลายไม้แล้ว หุ้นมันก็ยังอุตส่าห์ลงต่อได้อีกหลายช่อง จนทำให้ต้องตามลงไปซื้อเพิ่มตามแผน ผมเลยเอะใจว่า “ทำไมเราไม่หาทางซื้อตรงจุดต่ำๆนี้ให้ได้เสียแต่ทีแรกเลย จะได้ได้ของถูกลงอีกตั้งเยอะ” แต่ก็ไม่อยากคาดเดาตลาด เพราะอาศัยเทรดตามระบบเดิมเป็นหลัก เลยคิดๆอยู่ว่าจะทำยังไงดี
ว่าแต่การที่เราตั้งเงินสำรองไว้น้อยลง มันจะมีข้อเสียอย่างอื่นบ้างมั้ยครับ ลองยกตัวอย่างให้ผมฟังหน่อยเถอะ ถ้ามันไม่มีข้อเสียที่เห็นได้ชัด ผมอาจจะลองโยกเงินส่วนที่เกินนี้ มาลงทุนต่อในหุ้นตัวอื่นบ้าง
ขอทราบความเห็นคุณเอกอีกสักนิด คิดยังไงกับoptionบ้างครับ ผมอ่านจากพ่อรวยสอนลูก เห็นเขาบอกว่า มันช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการซื้อหุ้นของเราได้ดี เหมือนกับซื้อประกันให้หุ้น แต่ผมสงสัยตรงที่บ้านเรามันมีแค่set50option ไม่เห็นมีoptionสำหรับหุ้นเป็นตัวๆเลย(หรือผมไม่รู้กันแน่หว่า) แล้วถ้าoptionเป็นสิ่งที่ดีสำหรับการลงทุน เราพอจะมีทางนำมาโยงกับระบบเทรดของเราได้มั้ยครับ
ขอบคุณที่นำสิ่งดีๆมาแบ่งปันครับ ^_^
ในส่วนของการดูกราฟ
ตอบคุณ Nodame ตรงๆ ว่า ผมไม่เคยดูกราฟเลยครับ
แต่ถามว่า ถ้าดูกราฟเป็น แล้ว ช่วยในการตัดสินใจ จะดีหรือไม่
ก็ต้องตอบว่า ดีแน่นอนครับ
เพราะกราฟ ช่วยให้เรามีข้อมูลที่มากขึ้น ดูแนวโน้มว่าจะไปต่อหรือจะลงต่อ
เมื่อเรามีกราฟช่วยแล้ว
เราก็มาดู ราคาขณะนั้น และ หุ้นที่เรามีอยู่ เทียบกับที่วางแผนไว้
สมมุติกราฟบอกว่า หุ้น (น่าจะ) ขึ้น
นั่นก็คือ เราควรจะต้องซื้อหุ้นเข้ามา
ประเด็นก็คือ แล้วเราจะซื้อเข้ามาเป็นจำนวนเท่าไหร่
ก็อาศัยระบบ FATS ที่เราได้วางแผนจำนวนที่ต้องการมี ณ ราคานั้นเป็นตัวบอก
หรือ หากกราฟบอกว่า หุ้น (น่าจะ) ลง
นั่นก็คือ เราควรจะต้องขายหุ้นออกไป
แต่เราก็ต้องขายตามจำนวนที่ระบบ FATS บอกไว้เช่นกันครับ
แต่สุดท้ายแล้ว
ระบบ FATS ก็คือ การสำรองเงินไว้ซื้อตลอดทางที่หุ้นลงมานั่นเองครับ
เพื่อที่เราจะได้มีหุ้นขายทำกำไรได้ตลอดเช่นกัน
ในประเด็นที่ว่า เราจะรอซื้อที่ราคาต่ำสุดไม่ดีกว่าหรือ
คำตอบก็คือ เราไม่มีทางรู้ครับว่า ราคาตอนนี้ ต่ำสุดหรือยัง
เราจึงต้องสำรองเงินไว้ครับ
ในส่วนที่ว่า เมื่อเราสำรองเงินน้อยลงจะมีข้อเสียหรือไม่
คำตอบก็คือ หากไม่ลดเงินสำรองน้อยเกินไป ก็ไม่มีข้อเสียเลยครับ
เพราะ เดิมเราวางแผนถึงจุดต่ำสุด และ ซื้อทุกช่วงราคา
เช่น อาจต้องใช้เงิน 100,000 บาท เพื่อรับมือได้ทุกราคา
แต่ในแผนการนี้ หมายความว่า เราซื้อทุกช่วงราคา ตลอดที่หุ้นลงมา
แต่เมื่อเรามีการรวบซื้อเป็นช่วงๆ โดยซื้อในจังหวะที่หุ้นทำท่าจะกลับตัว
แทนที่เราจะใช้เงิน 100,000 บาท
เราก็อาจจะใช้เงินเพียง 80,000 บาท ก็ยังสามารถรับมือได้ทุกราคาเหมือนเดิม
จึงไม่ทำให้สะดุด ยังทำตามแผนที่วางไว้ได้ตามปกติครับ
ในเรื่องของ Option ผมยังไม่มีความรู้ทางด้านนี้เลยครับ
แต่คิดว่า หากจะลงทุนกับ Option ที่เป็น SET50
ก็คงจะต้องอิงกับหุ้น TDEX ตัวเดียวครับ
แต่โดยทัศนคติส่วนตัวผมยังไม่ค่อยให้ความสนใจกับ Option
อาจเป็นเพราะผมยังไม่รู้จัก Option ก็เป็นไปได้ครับ
โอ้! จริงด้วย มองข้ามTDEXไปได้ยังไงเนี่ย ลืมซะสนิทเลย โยงเข้ากับoptionที่มีอยู่ได้พอดี ต้องศึกษาเพิ่มเติมซะแล้ว
เสียดายนิดนึงที่ตลาดบ้านเราไม่มีoptionหรือfutureที่อ้างอิงกับ ETFอ้างอิงตลาดจีนอย่างCHINAบ้าง คุณเอกมองETFตัวนี้(CHINA)เป็นยังไงบ้างครับ เมื่อเทียบกับTDEX นอกจากในเรื่องของโวลุม
ขอบคุณสำหรับคำตอบนะครับ แล้วผมจะแวะเข้ามาติดตามความคืบหน้าต่อเป็นระยะนะครับ ว่างๆก็มาอัพบ้างล่ะ^_^